มีผู้หางานจำนวนไม่น้อยเลย ที่ใฝ่ฝันอยากจะทำงานกับองค์กรอินเตอร์ สิ่งหนึ่งที่จำเป็นต้องรู้คือ คนแต่ละชาติมีสไตล์และวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่กำลังมองหางานในบริษัทข้ามชาติชั้นนำ จึงไม่ควรพลาดที่จะทำความรู้จักตัวตนของคนแต่ละชาติ เพื่อการทำงานในองค์กรที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรคทางด้านวัฒนธรรม วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ 5 สไตล์การทำงานขององค์กรอินเตอร์จาก 5 ประเทศดังนี้ อเมริกัน ชาวอเมริกันเป็นชาติมหาอำนาจ มักจะมีระบบหรือแนวทางการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ได้ผลเร็ว ยึดตามหลักเหตุผล หรือการรายงานที่มีงานวิจัยรับรอง กล้าแสดงออก พูดจาตรงไปตรงมา มีความชัดเจนในการทำงาน และมีความคิดสร้างสรรค์ดี คำแนะนำคือ เมื่อทำงานร่วมกับคนอเมริกัน จะต้องมีระบบการจัดการชีวิตที่ดี แยกชีวิตส่วนตัวออกจากการทำงานอย่างสิ้นเชิง มีความเป็นมืออาชีพในการทำงาน มีความรับผิดชอบงานที่ดี รู้จักสร้างสรรค์ เรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดี อังกฤษ ชาวอังกฤษมีนิสัยในด้านการรักษามารยาทสังคมเป็นอย่างมาก จึงมักมีท่าทางสุภาพนุ่มนวล เห็นอกเห็นใจ ชอบสอน และตรงเวลามาก คำแนะนำคือ งานที่ทำควรมีความละเอียด รอบคอบสูง มีตารางเวลาชัดเจน และสามารถทำตามได้จริง ที่สำคัญควรแต่งตัวให้เรียบร้อยดูดีอยู่เสมอ ญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ทำงานหนัก และทุ่มเทให้กับการทำงานมาก มีระเบียบแบบแผนกติกาชัดเจน ตั้งใจทำงาน มุมานะ เข้าอกเข้าใจลูกน้อง และดูอ่อนน้อม แต่มีความเด็ดขาดอยู่ภายใน และมักให้ผลตอบแทนที่ดี คำแนะนำคือ ต้องขยันและควรมีงานทำอยู่ตลอดเวลา มีใจจดจ่อจริงจังกับงาน และหากมีนัดหมายส่งงาน ควรส่งก่อนเวลา ที่สำคัญต้องสามารถจัดความสมดุลเรื่องงานและชีวิตส่วนตัวได้ดี ฝรั่งเศส คนฝรั่งเศสโดยทั่วไปมักจะเป็นคนแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาทันทีอย่างเปิดเผย คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น ไม่อ้อมค้อม เป็นผู้มีศิลปะและรสนิยมสูง ชอบแสวงหาความสะดวกสบาย กำหนดกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ไม่ค่อยจะยืดหยุ่น คำแนะนำคือ จะต้องกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าพูด กล้าวิจารณ์ ถึงแม้จะในด้านลบก็ตาม และถ้าได้รับเชิญ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไร สำคัญหรือไม่ จะต้องมีการตอบรับหรือปฏิเสธการเชิญนั้นๆ เสมอ การไปเยี่ยมคนฝรั่งเศสโดยไม่บอกล่วงหน้า ถือว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก เยอรมัน เป็นคนตรงต่อเวลามาก ชอบแสดงความเห็นแบบตรงๆ เมื่อมีอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจ ใบหน้าจะแสดงออกมาตรงๆ ว่าโกรธ มีความเชื่อมั่นในตนเอง เต็มที่ ชอบวิถีชีวิตแบบตัวคนเดียว ยึดถือเรื่องการเข้าคิวตามลำดับ ชอบซักไซ้ข้อมูล และจัดการกับปัญหาโดยพุ่งเข้าชนปัญหา คำแนะนำคือ ต้องรักษาเวลานัดอย่างเคร่งครัด ดำเนินการประชุมไปตามหัวข้อที่กำหนดเอาไว้เมื่อเวลานัดมาถึง คนเยอรมันจะให้เวลาเต็มที่ในการให้คำปรึกษา สอบถามหรือหารือเป็นเรื่องๆ อย่างที่เรามักได้ยินจากปากคนเยอรมันเสมอๆ ว่า “ช้าๆ ค่อยทำเป็นเรื่องๆ ไป” หรือ “langsam, Eins nach dem anderen” และอย่าได้หวังว่าคนเยอรมันจะเปลี่ยนใจอะไรง่ายๆ หลังจากที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว ยังมีเกร็ดความรู้ดีๆ อย่างนี้อีกมากมายในหนังสือ “คู่มือหางานอินเตอร์” ที่คนอยากทำงานในองค์กรใหญ่ระดับข้ามชาติไม่ควรพลาด!!! |
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552
อเมริกัน อังกฤษ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมัน : 5 สไตล์การทำงานที่แตกต่าง
วันพุธที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2552
เล่ห์นายจ้าง
ด้วยปัญหาเศรษฐกิจทรุดตัวส่งผลให้นายจ้างจำนวนไม่น้อยจำต้องปรับลดรายจ่ายด้วยการเลิกจ้างพนักงานบางส่วน หรือรุนแรงถึงขั้นปิดกิจการเนื่องจากไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้อีกต่อไปแล้ว
พนักงานหรือผู้ใช้แรงงานบางคนอาจได้รับเงินชดเชยที่ถูกเลิกจ้างตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และเป็นธรรม ในขณะที่ผู้ใช้แรงงาน อีกไม่น้อย ถูกนายจ้างบอกเลิกจ้าง โดยไม่ได้รับเงินชดเชย และมีการปฏิบัติต่อลูกจ้าง อย่างไม่เป็นธรรม มีเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับอดีตพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งประกอบธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เขาได้รับข่าวการเลิกจ้าง ในวันสิ้นเดือนจากพนักงานฝ่ายบัญชีที่แจ้งว่าตั้งแต่เดือนหน้า (หรือ วันพรุ่งนี้) ไม่ต้องมาทำงาน เนื่องจากทางบริษัท ประสบปัญหาขาดทุน ต้องเลิกจ้างพนักงานบางส่วน และให้มารับเงินชดเชยซึ่งทางบริษัทจะจ่ายเป็นเช็ค ภายในเดือนถัดไป
เดือนต่อมา ทางบริษัทติดต่อมายังอดีตพนักงานรายนี้ แจ้งให้เธอเดินทางมาที่บริษัทเพื่อมารับเช็ค เมื่อเธอมาถึง พนักงานฝ่ายบัญชีให้เธอเซ็นรับเช็ค พร้อมกับอดีตพนักงานคนอื่น ๆ ที่ถูกเลิกจ้างเช่นเดียวกัน ทุกคนเซ็น และได้รับเช็ค
เมื่อทุกคนเซ็นครบ พนักงานบัญชี แจ้งว่าเช็คที่พวกคุณรับไปไม่สามารถไปขึ้นเงินได้ เนื่องจากบริษัทไม่มีเงินจะจ่าย เพราะฉะนั้นทางบริษัทต้องขอเช็คคืน!
อดีตพนักงานผู้ประสบเหตุถามทันทีว่า ถ้าหากเป็นอย่างนั้น ทำไมจึงเรียกอดีตพนักงานมารับเช็ค ทั้งยังให้เซ็นรับแล้ว ขอคืนเฉย ๆ ได้อย่างไร
พนักงานบัญชีไม่ยอมตอบข้อซักถาม บอกเพียงว่า หากอยากได้เงินคงต้องไปดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งยุ่งยากจนอดีตพนักงานบางคนยอมคืนเช็ค ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้ยืดเยื้อ เพราะคงยากที่จะได้เงิน แต่บางรายไม่ยอมคืน เพราะรู้สึกไม่พอใจกับวิธีที่บริษัทปฏิบัติกับพวกเขา
เมื่อถึงวันที่เช็คสามารถขึ้นเงินได้ อดีตพนักงานนำเช็คไปที่ธนาคาร แต่เช็คใบดังกล่าวไม่สามารถขึ้นเงินได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า เช็คใบนี้ถูกระงับ อดีตพนักงานจึงเดินทางไปแจ้งความเพราะเช็คเด้ง!
ด้วยสาเหตุขาดทุนของบริษัท ประกอบกับความไม่รับผิดชอบพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง ทำให้อดีตพนักงานผู้ไม่ยอมคืนเช็ค รีบตรวจสอบการส่งเงินสมทบไปยังประกันสังคม ที่นายจ้างจะหักเงินจำนวนหนึ่งจากเงินเดือน ก่อนสมทบกับเงินของนายจ้าง และส่งเข้าประกันสังคม
ผลการตรวจสอบปรากฏว่า บริษัทดังกล่าว ขาดส่งเงินสมทบของเธอไป 1 งวด โดยเดือนที่ขาดส่ง เธอยังเป็นพนักงานของบริษัทนั้นอยู่
วิธีประหยัดเงินในกระเป๋าให้มีเหลือเก็บ
- ลดขอบเขตของงานเลี้ยงฉลองให้เล็กลง
ในชีวิตของคุณอาจต้องมีการจัดงานใหญ่โตสำหรับวันสำคัญของคุณทุก ๆ ปีน งานแต่งงาน งานวันเกิด งานวันครบรอบต่าง ๆ เมื่อก่อนคุณอาจจะจัดงานใหญ่โตเต็มที่
แต่ตอนนี้อาจต้องคิดใหม่ จัดงานเล็ก ๆ แต่อบอุ่นก็สร้างความประทับใจและน่าจดจำมิรู้ลืมได้เช่นกัน - วางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือนและรายปี
คุณสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้โดยคุณต้องทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อให้รู้ว่าในแต่ละเดือนคุณมีรายรับและรายจ่ายเฉลี่ย
เท่าไร หักรายจ่ายประจำแล้วคุณยังพอมีเงินเหลือเก็บหรือไม่ เพื่อที่จะหาทางลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลงได้ - ใช้จ่ายอย่าให้เกินงบ
เมื่อคุณวางแผนการเงินได้แล้วว่าในแต่ละเดือนคุณจะต้อง มีค่าใช้จ่ายอะไรและเท่าใดคุณก็ควรจะปฏิบัติตามที่วางแผน
เพื่อควบคุมไม่ให้เกินงบที่ตั้งไว้อย่าลืมเก็บใบเสร็จรับเงิน หรือจดบันทึกรายจ่ายของคุณทุกวันจะได้รู้ตัวอยู่เสมอว่าคุณใช้จ่าย
ไปมากน้อยเพียงใดแล้ว - ใช้สินค้าและบริการที่ถูกกว่าเดิม
อีกวิธีหนึ่งคือการเปรียบเทียบราคาสินค้าและบริการที่คุณเคยใช้อยู่ประจำกับแพ็กเกจอื่นหรือเจ้าอื่นๆเช่น โปรโมชั่นโทรศัพท์
มือถือเดี๋ยวนี้มีให้เลือกมากมายซึ่งให้ความคุ้มค่า ได้มากกว่าประกันภัยรถยนต์ อาจเปลี่ยนจากประกันชั้น1 เป็นชั้น3หากคุณ
ไม่เคยขับชนใครเลย หรือถ้าบ้านคุณติดจานดาวเทียมอาจเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจที่มีช่องน้อยลง ถ้าคุณไม่ได้ดูทีวีบ่อยนัก ก็ช่วยประหยัดได้อีกทาง การตัดค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้เมื่อมองในระยะยาวก็ช่วยให้ประหยัดได้ไม่น้อยเลยล่ะค่ะ - อย่าซื้อของเพียงเพราะมันกำลังลดราคา
ข้อนี้มีไว้เตือนใจสาวนักช้อปที่มัก จะตาลุกวาวเมื่อเห็นป้ายลดราคาในยามนี้คุณ ควรคิดให้รอบคอบว่าสิ่งนั้นมีความจำเป็น
กับคุณแค่ไหน หากมันไม่จำเป็นจริง ๆ ท่องไว้ “เก็บเงินไว้ก่อนดีกว่า” - ติดตามข่าวสารการเงินเป็นประจำ
เมื่อคุณหูกว้างตากว้าง คุณอาจได้ช่องทางในการเก็บออมเงินที่คุ้มค่ามากกว่าเดิม เช่นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือการฝากเงินระยะสั้นที่ได้ดอกเบี้ยสูง เป็นต้น
ส่วนหนึ่งเอาไปลงทุนเพื่อให้มันงอกเงยเพิ่มขึ้นได้อีก ถึงตอนนี้วิกฤตแค่ไหนก็ไม่กลัวอยู่แล้ว
บริการหางานสมัครงาน... คลิกที่นี่